เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมสมาร์ทวอทช์ทั่วไปอย่าง Apple Watch ใช้จอสัมผัสล้ำๆ ได้ แต่นาฬิกาดำน้ำราคาแพงกลับยังใช้ปุ่มกดแบบเดิมๆ อยู่? ไม่ใช่ว่าอุปกรณ์เหล่านี้ยังใช้เทคโนโลยีไม่ทันสมัยนะครับ แต่มันมีเหตุผลสำคัญเรื่อง “ความปลอดภัย” ซ่อนอยู่
เหตุผลง่ายๆ ข้อเดียว: จอทัชสกรีน “เมาน้ำ”
จอสัมผัสบนมือถือหรือสมาร์ทวอทช์ส่วนใหญ่เป็นแบบ “คาปาซิทีฟ” (Capacitive) หลักการของมันคือ หน้าจอจะตรวจจับไฟฟ้าสถิตเล็กๆ ที่อยู่บนนิ้วของเราเพื่อรับคำสั่ง
ทีนี้ลองนึกภาพตามนะครับ… น้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม
เมื่อเราใส่สมาร์ทวอทช์ที่มีจอแบบนี้ลงไปในน้ำ น้ำจะทำหน้าที่เหมือน “นิ้วนับร้อยๆ นิ้ว” ที่มาแตะหน้าจอพร้อมกันมั่วๆ ผลก็คือหน้าจอจะรวน, สัมผัสเอง, เปลี่ยนเมนูไปมา หรืออาจจะปิดเครื่องไปเลยก็ได้ ซึ่ง0ะเป็นฝันร้ายของนักดำน้ำที่ต้องพึ่งพาข้อมูลสำคัญจากไดฟ์คอมพิวเตอร์เลยทีเดียว
แล้วใช้อะไรแทน? ทางออกที่ฉลาดและปลอดภัยกว่า
ผู้ผลิตไดฟ์คอมพิวเตอร์จึงเลือกใช้ระบบควบคุมที่เชื่อถือได้ 100% ใต้น้ำ ซึ่งมีอยู่ 2 แบบหลักๆ คือ
1. Mechanical Buttons
เป็นวิธีที่เรียบง่ายและพิสูจน์แล้วว่าดีที่สุด “เก่าแต่เก๋า” ใช้งานง่าย กดได้แม่นยำแม้จะใส่ถุงมือดำน้ำหนาๆ ก็ตาม
ข้อดี:
- ความน่าเชื่อถือสูง: เป็นระบบที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเชื่อถือได้ที่สุด
- ใช้งานง่าย: การกดปุ่มให้ความรู้สึกที่ชัดเจนและแม่นยำ ทำให้นักดำน้ำสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจแม้สวมถุงมือที่หนา
ข้อเสีย:
- ความเสี่ยงจากการสะสมของเกลือ: ปุ่มกดแบบกลไกอาจมีช่องว่างเล็กๆ ที่เกลือและสิ่งสกปรกสามารถเข้าไปสะสมได้ ทำให้ปุ่มกดติดขัดได้หากไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม
- ปุ่มขนาดเล็ก: ปุ่มที่เล็กเกินไปอาจใช้งานยากเมื่อสวมถุงมือ โดยเฉพาะในไดฟ์คอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก
2. Piezoelectric Buttons
ไม่ใช่จอทัชสกรีน แต่เป็นปุ่มที่ไม่มีชิ้นส่วนขยับได้ เมื่อเราออกแรงกดลงไปที่ปุ่ม มันจะรับรู้แรงกดนั้นแล้วแปลงเป็นคำสั่ง
ข้อดี:
- ทนทานเป็นพิเศษ: เพราะไม่มีส่วนประกอบที่เคลื่อนที่ จึงไม่มีช่องว่างให้น้ำรั่วซึมเข้ามาได้เลย
- แข็งแรงและเชื่อถือได้: ปุ่มเหล่านี้ถูกผนึกไว้ในตัวเรือน และมักทำจากวัสดุที่แข็งแรงอย่างไทเทเนียม
- ใช้งานได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย: สามารถใช้งานได้อย่างแม่นยำแม้สวมถุงมือหนา
ข้อเสีย:
- ไม่เหมาะกับการสัมผัสเบาๆ: ปุ่มประเภทนี้ต้องการแรงกดที่มั่นคงเพื่อสั่งงาน
- ความไวต่ออุณหภูมิ: แม้จะไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่เทคโนโลยีนี้อาจทำงานได้ไม่ดีในอุณหภูมิที่สูงหรือต่ำเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้สัญญาณไม่เสถียร
แล้ว Apple Watch ล่ะ? เมื่อสมาร์ทวอทช์ลงน้ำ
ถึงแม้จอสัมผัสจะใช้ใต้น้ำไม่ได้ แต่หลายแบรนด์ก็เริ่มนำความเป็นสมาร์ทวอทช์มาผสมผสาน โดยมีเงื่อนไขว่า:
- ใช้จอสัมผัสได้แค่บนบก: พอลงน้ำปุ๊บ ระบบจะตัดการทำงานของจอสัมผัสทันที และบังคับให้ใช้ปุ่มกดหรือเม็ดมะยมแทน
- Apple Watch Ultra: ใช้แอป Oceanic+ เปลี่ยนนาฬิกาให้เป็นไดฟ์คอมพิวเตอร์ได้ แต่การควบคุมใต้น้ำทั้งหมดจะทำผ่าน “เม็ดมะยม (Digital Crown)” และปุ่มด้านข้าง ไม่ใช่การแตะหน้าจอ
- Suunto Ocean & Garmin Descent Mk3i: เป็นนาฬิกาไฮบริดที่สวยงาม มีจอ AMOLED คมชัด แต่เมื่ออยู่ในโหมดดำน้ำ ก็ต้องควบคุมผ่านปุ่มกดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเช่นกัน
การที่ไดฟ์คอมพิวเตอร์ไม่มีจอทัชสกรีนให้ใช้ใต้น้ำก็เพราะเทคโนโลยีทัชสกรีนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่าสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องเมื่ออยู่ใต้น้ำ จึงยังต้องเลือกใช้วิธีการที่แน่นอนและเชื่อถือได้ เป็นสำคัญ