Equipment อ่าน

เลือกความหนา wetsuit อย่างไร? ให้เหมาะกับการดำน้ำของคุณ

หลายคนเลือกซื้อเว็ทสูท (wetsuit) โดยดูแค่ไซส์พอดีหรือดีไซน์ที่สวยถูกใจ แต่จริง ๆ แล้ว “ความหนาของเว็ทสูท” เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน เพราะมีผลโดยตรงต่อการรักษาอุณหภูมิร่างกาย ความสบาย และประสิทธิภาพในการดำน้ำ เว็ทสูทที่บางเกินไปอาจทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนเร็ว ส่วนเว็ทสูทที่หนาเกินไปก็อาจทำให้รู้สึกอึดอัดและเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ แล้วแบบไหนถึงจะเหมาะกับคุณ? วิธีอ่านค่าความหนาของเวทสูท (ตัวเลขพวกนี้บอกอะไร?) เวลาไปเลือกซื้อชุด เรามักจะเห็นตัวเลขระบุความหนาเป็นมิลลิเมตร (มม.) บางรุ่นอาจจะโชว์ตัวเลขตัวเดียว แต่บางรุ่นก็มีเลข 2 ตัว (เช่น 3/2 มม. หรือ 4/3 มม.) ซึ่งมีความหมายง่ายๆ ดังนี้ค่ะ • ตัวเลขแรก (ข้างหน้า): คือความหนาของนีโอพรีนบริเวณ “ลำตัว” ซึ่งจะเน้นความหนาเป็นพิเศษเพื่อปกป้องอวัยวะภายในและรักษาความอบอุ่นแกนกลางของร่างกาย • ตัวเลขที่สอง (ข้างหลัง): คือความหนาบริเวณ “แขนและขา” ซึ่งจะบางลงมาหน่อย เพื่อช่วยให้เราขยับแขนขา ตีฟิน หรือจัดท่าทางใต้น้ำได้อย่างยืดหยุ่นและสบายตัว เช็กอุณหภูมิน้ำ vs ความหนาชุดสำหรับ Scuba Diving เพราะการดำน้ำลึก (Scuba) ร่างกายของเราจะแช่อยู่ใต้น้ำตลอดเวลา ไม่เหมือนกิจกรรมเหนือน้ำ การเลือกความหนาตามอุณหภูมิน้ำจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยค่ะ อุณหภูมิน้ำ (°C) ความหนาเวทสูทที่เหมาะสมสำหรับ Scuba สูงกว่า 28°C น้ำอุ่นสบาย ใส่แค่ชุดว่ายน้ำ, เสื้อกันแดด (Rashguard) หรือชุด UV ก็เพียงพอ 25°C – 27°C เวทสูทขาสั้น (Shorty) หนา 2 มม. หรือชุดเต็มตัว (Full suit) แบบบาง 1 มม. 22°C – 24°C เวทสูทเต็มตัว (Full suit) หนา 3 มม. (ความหนายอดฮิตสำหรับทะเลไทยช่วงน้ำเย็น) 17°C – 21°C เวทสูทเต็มตัว หนา 5 มม. 10°C – 16°C เวทสูทเต็มตัว หนา 7 มม. หรือชุดกึ่งแห้ง (Semi-Dry) หนา 8/7 มม. 5°C – 10°C ชุดกึ่งแห้ง (Semi-Dry) หนา 8/7 มม.…

ข้อควรรู้ในการดูแลอุปกรณ์ดำน้ำหลังจบทริป (Practical Maintenance Tips for Scuba Divers)

ข้อควรรู้ในการดูแลอุปกรณ์ดำน้ำหลังจบทริป (Practical Maintenance Tips for Scuba Divers) อุปกรณ์ดำน้ำราคาไม่ใช่ถูกๆ หลายคนเจอปัญหาทำไมล้างแล้วยังมีคราบเกลือเกรอะกรัง การดูแลอุปกรณ์ดำน้ำจริงๆ ไม่ใช่เรื่องยาก แค่ต้องรู้ “จุดสำคัญ” ที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามไป 1. Regulator: ล้างผิดชีวิตเปลี่ยน เร็กกูเลเตอร์คือส่วนที่ต้องระวังที่สุด เพราะถ้า “น้ำเข้า” ไปในระบบ จะเป็นเรื่องใหญ่ทันที ปิด Dust Cap ให้สนิท: ก่อนล้างต้องเช็ดฝาครอบให้แห้งแล้วปิดให้แน่น เพื่อกันน้ำเข้า First Stage (จำไว้ว่าฝาครอบนี้กันน้ำกระเซ็นได้ แต่ถ้าแช่ลงในน้ำนานๆ น้ำอาจซึมเข้าไปได้) อย่ากดปุ่ม Purge ตอนล้าง: หลายคนเผลอกดปุ่มไล่น้ำที่ Second Stage ตอนจุ่มน้ำจืด ผลคือพอน้ำไม่มีแรงดันจากถัง น้ำจืดจะไหลย้อนเข้าไปในสายจนค้างอยู่ข้างในทันที แขวนให้ถูกจุด: เวลาผึ่งให้แห้ง ให้แขวนตรงตัว First Stage ที่เป็นโลหะ อย่าแขวนตรงสาย เพราะน้ำหนักของ First Stage จะไปดึงสายอาจจะทำให้สายเสื่อมสภาพและทำให้ฉีกขาดง่ายขึ้น 2. BCD: ล้างข้างนอกไม่พอ ต้องล้างข้างในด้วย ปัญหาที่เจอบ่อยของ BCD คือ “เกลือ” ที่เข้าไปค้างอยู่ในถุงลมและ Inflator Unit วิธีล้างข้างใน: กรอกน้ำจืดเข้าไปทางสาย Inflator (กดปุ่มปล่อยลมแล้วกรอกน้ำใส่) จากนั้นเป่าลมให้พองแล้วเขย่าให้น้ำล้างเกลือทั่วๆ เทคนิค “ชิมน้ำ”: เทน้ำออกจาก BCD แล้วลองแตะมา “ชิม” ดู ถ้ายังเค็มอยู่ แปลว่าเกลือยังออกไม่หมด ให้ล้างซ้ำจนกว่าน้ำจะจืดสนิท ตากให้แห้งจริง: แขวนโดยให้สาย Inflator อยู่ต่ำสุด น้ำจะได้ไหลมารวมกันที่จุดเดียว แล้วคอยกดไล่น้ำออกเป็นระยะจนแห้ง 3. หน้ากากและฟิน: ของง่ายๆ ที่มักล้างผิด หน้ากากใหม่ต้อง “ขัด”: หน้ากากใหม่มักมีฟิล์มซิลิโคนเคลือบมา ทำให้ฝ้าขึ้นง่าย ให้ใช้ยาสีฟัน (แบบเนื้อครีมธรรมดา) ขัดเลนส์ด้านในให้ทั่วก่อนเริ่มใช้งานครั้งแรก ฟินห้ามวางตั้ง: อย่าเอาปลายฟินตั้งรับน้ำหนักตัวเองเวลาตาก เพราะจะทำให้ฟินงอเสียรูปทรง ควรวางราบไปกับพื้นหรือแขวนไว้ และใส่แผ่นพลาสติกสำหรับดันทรงฟิน เพื่อรักษารูปทรงของ Foot Pocket 4. กล้องและ Dive Computer : ต้อง “แช่และกด” แช่น้ำจืดและกดปุ่ม: การแช่ Housing กล้องด้วยการแช่ทิ้งไว้เฉยๆ เกลือที่ซอกปุ่มจะไม่หลุด ต้องแช่ไปแล้ว “กดย้ำๆ” ไปด้วย เพื่อให้น้ำจืดได้ล้างชิ้นส่วนต่างๆ…

ซื้อหรือเช่าไดฟ์คอมพิวเตอร์ ดีนะ?

ควรซื้อหรือเช่าไดฟ์คอมพิวเตอร์ดี? สำหรับนักดำน้ำมือใหม่ คำตอบขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นและความถี่ในการดำน้ำของคุณ มาดูกันว่าเมื่อไหร่ควรเช่า และเมื่อไหร่ถึงเวลาลงทุนซื้อเป็นของตัวเอง

ดำน้ำโดยไม่ใช้ ‘ไดฟ์คอมพิวเตอร์’ ได้ไหม? ยังปลอดภัยและได้มาตรฐานหรือ?

คุณไม่จำเป็นต้องมีไดฟ์คอมพิวเตอร์เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการดำน้ำเพื่อสันทนาการ แต่คุณไม่สามารถพึ่งพาแค่ไกด์ดำน้ำได้ เรียนรู้อุปกรณ์และวิธีการที่จำเป็นในการดำน้ำของคุณให้ยังคงปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐาน

Diving Medicine อ่าน

วิกฤตความขาดแคลน Hyperbaric Chamber ทั่วโลก

สำหรับนักดำน้ำแล้ว การมี “ห้องปรับความดันบรรยากาศสูง” (Hyperbaric Chamber) ที่พร้อมใช้งานในยามฉุกเฉินเปรียบเสมือนหลักประกันความปลอดภัยขั้นสูงสุด แต่บทความล่าสุดจาก The Scuba News ได้เปิดเผยความจริงที่น่ากังวลว่า “วิกฤตการขาดแคลนห้องปรับความดันสำหรับรักษาอุบัติเหตุจากการดำน้ำกำลังทวีความรุนแรงขึ้น” โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของนักดำน้ำทั่วโลกที่เดินทางไปท่องเที่ยว สรุปประเด็นหลักจากบทความ (สถานการณ์ปี 2025) ในบทความ “Divers Be Aware – The Crisis Continues In Emergency Hyperbaric Treatment Availability“ ระบุถึงปัญหาสำคัญดังนี้: จำนวนลดลงอย่างน่าตกใจ: แม้ในสหรัฐฯ จะมีสถานพยาบาลที่มีห้อง Hyperbaric กว่า 1,300 แห่ง แต่มี น้อยกว่า 10% ที่เปิดรับรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินจากการดำน้ำตลอด 24 ชั่วโมง สาเหตุของปัญหา: เรื่องของกำไร: โรงพยาบาลส่วนใหญ่มุ่งเน้นใช้ห้อง Hyperbaric เพื่อรักษาแผลเรื้อรัง (Wound Healing) ซึ่งทำกำไรได้มากกว่าและบริหารจัดการง่ายกว่าในเวลาราชการ ต้นทุนและความเสี่ยง: การเปิดศูนย์ฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง มีต้นทุนสูงมาก ทั้งค่าจ้างบุคลากรและการฝึกอบรม อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องหากการรักษาไม่ได้ผล ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง: กรณีนักดำน้ำที่เกิดอาการ Decompression Sickness (DCS) รุนแรงในรัฐฟลอริดา แต่ถูกปฏิเสธการรักษาจากศูนย์ Hyperbaric ใกล้เคียงถึง 5 แห่ง จนต้องถูกส่งตัวข้ามรัฐไปยังเมือง Mobile รัฐอลาบามา ซึ่งทำให้การรักษาล่าช้า (และล่าสุดแม้แต่ศูนย์ที่ Mobile นี้ก็เริ่มจำกัดเวลาให้บริการแล้ว) ผลกระทบ: ความล่าช้าในการรักษาโรคจากการดำน้ำ (เช่น Bends หรือ ฟองอากาศอุดตันเส้นเลือด) เพียงไม่กี่ชั่วโมง อาจหมายถึงความพิการถาวร การรักษาไม่หายขาด หรือการเสียชีวิต มุมมองระดับโลกและในประเทศไทย จากการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ปี 2025 หรือแค่ในสหรัฐฯ แต่เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก สถานการณ์ในประเทศไทย: ประเทศไทยถือว่าโชคดีที่มีศูนย์เวชศาสตร์ใต้น้ำที่มีศักยภาพสูงหลายแห่ง อาทิ รพ. สมเด็จพระปิ่นเกล้า (กรมแพทย์ทหารเรือ) ซึ่งมีห้องปรับความดันขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย, รพ. วชิระภูเก็ต, รพ. กรุงเทพพัทยา และ รพ. ศิริราช เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงในพื้นที่ห่างไกลหรือเกาะแก่งต่างๆ ยังเป็นข้อจำกัด และนักดำน้ำจำเป็นต้องตรวจสอบสถานะ “ความพร้อมใช้งาน” ของผู้ให้บริการในพื้นที่นั้นๆ ก่อนเดินทางด้วย ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: ในบทความมีการเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณหรือลดความรับผิดทางกฎหมายแก่โรงพยาบาลที่รับรักษาเคสฉุกเฉินเหล่านี้ เพื่อจูงใจให้เปิดบริการ 24 ชม.…

ChatGPT - Exercise and DCS - 001

การออกกำลังกายก่อนดำน้ำ กับผลกระทบกับความเสี่ยงต่อโรคเบนด์

การออกกำลังกายเบาถึงปานกลางก่อน ไม่ติดกับการดำน้ำเกินไป มีการศึกษาว่าช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิด DCS ได้ โดยช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและลดการเกิดฟองอากาศในร่างกาย ต่างจากการออกแรงหนักระหว่างหรือหลังดำน้ำที่เพิ่มความเสี่ยงแทน

Dr. Joseph Dituri in Jules' Undersea Lodge, Key Largo, FL

Project Neptune 100: สำรวจผลกระทบของสภาพแวดล้อมแรงดันสูงต่อร่างกายมนุษย์

สำรวจ Project Neptune 100: ภารกิจ 100 วันใต้ทะเลของ Dr. Dituri ศึกษาผลแรงดันสูงต่อร่างกายมนุษย์ พบผลดีต่อสุขภาพและการชะลอวัย พร้อมบทเรียนสำคัญเพื่อการสำรวจในอนาคต

Life & Nature อ่าน

ไม่ได้ดำน้ำนาน… ต้องเรียน Refresh ไหม? มาเช็กความพร้อมก่อนออกทริปกัน

หลายคนอาจเคยมีช่วงเวลาที่ต้องห่างหายจากการดำน้ำ ไม่ว่าจะเพราะงานที่ยุ่ง การเรียน การเดินทาง ภาระครอบครัว หรือเพียงแค่ยังไม่มีโอกาสได้ออกทริป พอเวลาผ่านไปหลายเดือนหรือหลายปี จนถึงวันที่ตัดสินใจกลับไปดำน้ำอีกครั้ง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมักไม่ใช่แค่ความตื่นเต้น แต่ยังมีความกังวลเล็กๆ แอบตามมาด้วย “เราจะยังประกอบอุปกรณ์ได้ถูกไหม?” “จะยังควบคุมการลอยตัวได้เหมือนเดิมหรือเปล่า?” “ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน เรายังจำขั้นตอนต่างๆ ได้หรือไม่?” หากคุณกำลังมีคำถามเหล่านี้อยู่ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะทักษะการดำน้ำก็เหมือนทักษะอื่นๆ ที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ การกลับมาทบทวนก่อนลงทะเลจริง จึงเป็นวิธีที่ช่วยเรียกความมั่นใจและทำให้การดำน้ำครั้งต่อไปทั้งสนุกและปลอดภัยยิ่งขึ้น “ห่างน้ำ” นานแค่ไหน… ควรต้อง Refresh? ในวงการดำน้ำลึก (Scuba Diving) มาตรฐานความปลอดภัยสากลขององค์กรดำน้ำ (เช่น PADI หรือ SSI) ได้ให้คำแนะนำไว้ค่อนข้างชัดเจนเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวนักดำน้ำเอง • ห่างหายไป 6 เดือน – 1 ปี: แม้บางคนจะยังจำหลักการได้ แต่ความคล่องตัวในการปฏิบัติจริงจะลดลงแล้ว แนะนำว่าควรทำ Scuba Refresher หรือ Scuba Review ก่อนลงทะเลจริง • ห่างหายไปเกิน 1-2 ปีขึ้นไป: กรณีนี้ถือว่าจำเป็นต้องเข้าคอร์ส Refresh เลยค่ะ เพราะทักษะฉุกเฉิน (Emergency Skills) เช่น การเคลียร์หน้ากาก หรือการแชร์อากาศกับบัดดี้ หากไม่ได้ฝึกฝนนานๆ เมื่อเจอสถานการณ์จริงใต้น้ำ อาจทำให้เราเกิดอาการตื่นตระหนก (Panic) ได้ง่ายขึ้น เรียน Refresh แล้วได้อะไรบ้าง? ทำไมถึงช่วยให้ทริปสนุกขึ้น การกลับมาเรียน Refresh ไม่ใช่การมานั่งนับหนึ่งใหม่เหมือนตอนเรียน Open Water ครั้งแรก แต่มันคือการปัดฝุ่นรื้อฟื้นความจำ ในบรรยากาศสบายๆ โดยสิ่งที่เราจะได้ฝึกฝนร่วมกันอย่างละเอียด มีดังนี้ค่ะ • ทบทวนการประกอบและเช็กอุปกรณ์คู่ใจ: มาดูกันอีกรอบว่าสายไหนต่อตรงไหน การเช็กความปลอดภัยก่อนลงน้ำ (BWRAF) ทำอย่างไร เพื่อให้วันจริงเราแต่งตัวได้คล่องแคล่ว มั่นใจ ไม่ยืนเก้ๆ กังๆ บนเรือ • ซ้อมทักษะสำคัญในน้ำ: ตั้งแต่การเคลียร์น้ำออกจากหน้ากาก การตามหาเรกูเลเตอร์ที่หลุดจากปาก ไปจนถึงทักษะที่สำคัญที่สุดอย่าง การควบคุมการลอยตัว (Buoyancy Control) ลองมาหัดทำ Fin Pivot หรือ Hovering ในสระน้ำให้มือนิ่งเท้านิ่งก่อน เพื่อที่เวลาลงทะเลจริงเราจะได้ไม่เผลอเตะโดนปะการังเสียหาย • ช่วยประหยัดอากาศ (Air Consumption): นักดำน้ำที่ห่างน้ำนานมักจะตื่นเต้น ทำให้หายใจเร็วและเหนื่อยง่าย ซึ่งส่งผลให้อากาศในถังหมดไวมาก การได้มาซ้อมหายใจและปรับท่าทางในสระให้ชิน จะช่วยลดความเครียด ทำให้เราหายใจช้าลง ลอยตัวได้นิ่งขึ้น…

วิกฤตความขาดแคลน Hyperbaric Chamber ทั่วโลก

สำหรับนักดำน้ำแล้ว การมี “ห้องปรับความดันบรรยากาศสูง” (Hyperbaric Chamber) ที่พร้อมใช้งานในยามฉุกเฉินเปรียบเสมือนหลักประกันความปลอดภัยขั้นสูงสุด แต่บทความล่าสุดจาก The Scuba News ได้เปิดเผยความจริงที่น่ากังวลว่า “วิกฤตการขาดแคลนห้องปรับความดันสำหรับรักษาอุบัติเหตุจากการดำน้ำกำลังทวีความรุนแรงขึ้น” โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของนักดำน้ำทั่วโลกที่เดินทางไปท่องเที่ยว สรุปประเด็นหลักจากบทความ (สถานการณ์ปี 2025) ในบทความ “Divers Be Aware – The Crisis Continues In Emergency Hyperbaric Treatment Availability“ ระบุถึงปัญหาสำคัญดังนี้: จำนวนลดลงอย่างน่าตกใจ: แม้ในสหรัฐฯ จะมีสถานพยาบาลที่มีห้อง Hyperbaric กว่า 1,300 แห่ง แต่มี น้อยกว่า 10% ที่เปิดรับรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินจากการดำน้ำตลอด 24 ชั่วโมง สาเหตุของปัญหา: เรื่องของกำไร: โรงพยาบาลส่วนใหญ่มุ่งเน้นใช้ห้อง Hyperbaric เพื่อรักษาแผลเรื้อรัง (Wound Healing) ซึ่งทำกำไรได้มากกว่าและบริหารจัดการง่ายกว่าในเวลาราชการ ต้นทุนและความเสี่ยง: การเปิดศูนย์ฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง มีต้นทุนสูงมาก ทั้งค่าจ้างบุคลากรและการฝึกอบรม อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องหากการรักษาไม่ได้ผล ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง: กรณีนักดำน้ำที่เกิดอาการ Decompression Sickness (DCS) รุนแรงในรัฐฟลอริดา แต่ถูกปฏิเสธการรักษาจากศูนย์ Hyperbaric ใกล้เคียงถึง 5 แห่ง จนต้องถูกส่งตัวข้ามรัฐไปยังเมือง Mobile รัฐอลาบามา ซึ่งทำให้การรักษาล่าช้า (และล่าสุดแม้แต่ศูนย์ที่ Mobile นี้ก็เริ่มจำกัดเวลาให้บริการแล้ว) ผลกระทบ: ความล่าช้าในการรักษาโรคจากการดำน้ำ (เช่น Bends หรือ ฟองอากาศอุดตันเส้นเลือด) เพียงไม่กี่ชั่วโมง อาจหมายถึงความพิการถาวร การรักษาไม่หายขาด หรือการเสียชีวิต มุมมองระดับโลกและในประเทศไทย จากการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ปี 2025 หรือแค่ในสหรัฐฯ แต่เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก สถานการณ์ในประเทศไทย: ประเทศไทยถือว่าโชคดีที่มีศูนย์เวชศาสตร์ใต้น้ำที่มีศักยภาพสูงหลายแห่ง อาทิ รพ. สมเด็จพระปิ่นเกล้า (กรมแพทย์ทหารเรือ) ซึ่งมีห้องปรับความดันขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย, รพ. วชิระภูเก็ต, รพ. กรุงเทพพัทยา และ รพ. ศิริราช เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงในพื้นที่ห่างไกลหรือเกาะแก่งต่างๆ ยังเป็นข้อจำกัด และนักดำน้ำจำเป็นต้องตรวจสอบสถานะ “ความพร้อมใช้งาน” ของผู้ให้บริการในพื้นที่นั้นๆ ก่อนเดินทางด้วย ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: ในบทความมีการเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณหรือลดความรับผิดทางกฎหมายแก่โรงพยาบาลที่รับรักษาเคสฉุกเฉินเหล่านี้ เพื่อจูงใจให้เปิดบริการ 24 ชม.…

Photo of Eagle Ray

กระเบนนก (Eagle Ray) อินทรีแห่งท้องทะเล

กระเบนนก (Eagle Ray) ได้รับฉายา “นกอินทรีแห่งท้องทะเล” จากลีลาการว่ายน้ำสง่างามเหมือนนกโบยบินในอากาศ เราจะพาคุณไปรู้จักกับลักษณะและพฤติกรรมที่น่าสนใจของกระเบนนกสายพันธุ์ต่างๆ

Photo of an Ornate eagle ray swimming close to the sand bottom in shallow water

บินไปกับ กระเบนนกรางกระแส (Ornate Eagle Ray) ‘ยูนิคอร์นแห่งท้องทะเล’

กระเบนนกรางกระแส (Ornate Eagle Ray) ได้รับฉายาว่า “ยูนิคอร์นแห่งท้องทะเล” เนื่องจากความหายากอย่างยิ่งยวดราวกับสัตว์ในตำนาน ด้วยลวดลายบนแผ่นหลังที่งดงามไม่ซ้ำใคร และไม่มีเงี่ยงพิษให้ทำอันตรายมนุษย์ บทความนี้เจาะลึกเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง พร้อมแนะนำวิธีที่นักดำน้ำจะสามารถมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ได้อย่างมีความหมาย

Marine Life อ่าน

Photo of Eagle Ray

กระเบนนก (Eagle Ray) อินทรีแห่งท้องทะเล

กระเบนนก (Eagle Ray) ได้รับฉายา “นกอินทรีแห่งท้องทะเล” จากลีลาการว่ายน้ำสง่างามเหมือนนกโบยบินในอากาศ เราจะพาคุณไปรู้จักกับลักษณะและพฤติกรรมที่น่าสนใจของกระเบนนกสายพันธุ์ต่างๆ

Photo of an Ornate eagle ray swimming close to the sand bottom in shallow water

บินไปกับ กระเบนนกรางกระแส (Ornate Eagle Ray) ‘ยูนิคอร์นแห่งท้องทะเล’

กระเบนนกรางกระแส (Ornate Eagle Ray) ได้รับฉายาว่า “ยูนิคอร์นแห่งท้องทะเล” เนื่องจากความหายากอย่างยิ่งยวดราวกับสัตว์ในตำนาน ด้วยลวดลายบนแผ่นหลังที่งดงามไม่ซ้ำใคร และไม่มีเงี่ยงพิษให้ทำอันตรายมนุษย์ บทความนี้เจาะลึกเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง พร้อมแนะนำวิธีที่นักดำน้ำจะสามารถมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ได้อย่างมีความหมาย

Acoutic Receiver - Spot the Leopard Shark - 001

กรมทะเลเตือนนักดำน้ำ ระวังเครื่องรับสัญญาณใต้น้ำ 20 จุดอ่าวพังงา

กรมทะเลขอความร่วมมือนักดำน้ำ ระวังเครื่องรับสัญญาณเสียงใต้น้ำ 20 จุดรอบอ่าวพังงา อุปกรณ์นี้ปลอดภัยและสำคัญต่อการติดตามฉลามเสือดาว อย่าเคลื่อนย้าย หากพบความเสียหายโปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

Sea bather eruption - Tecrew - 680801

โดนแตนทะเล ทำอย่างไรดี?

แตนทะเลคือแพลงก์ตอนสัตว์กลุ่มแมงกะพรุนและดอกไม้ทะเลในวัยอ่อน ที่ปล่อยเข็มพิษเมื่อสัมผัสร่างกาย ทำให้เกิดอาการคัน แสบ และผื่นแดง วิธีป้องกันมีหลายวิธี เช่น แต่งกายมิดชิดและทาครีมกันแดด