Photo of an Ornate eagle ray swimming close to the sand bottom in shallow water

บินไปกับ กระเบนนกรางกระแส (Ornate Eagle Ray) ‘ยูนิคอร์นแห่งท้องทะเล’

ในบรรดาสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่สร้างความประทับใจให้กับนักดำน้ำ ‘กระเบนนก – Eagle Ray’ (Myliobatidae) ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่น่าจดจำที่สุด ด้วยลีลาการว่ายน้ำที่สง่างามคล้ายการโบยบิน ทำให้พวกมันได้รับฉายาว่า “เหยี่ยวแห่งท้องทะเล”

และในบรรดา ‘เหยี่ยว’ ที่สวยงามเหล่านี้ มีอยู่สายพันธุ์หนึ่งที่พิเศษและหาได้ยากยิ่งกว่าสายพันธุ์อื่นใด นั่นคือ “กระเบนนกรางกระแส” หรือ Ornate Eagle Ray หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Reticulate Eagle Ray แม้ว่านักดำน้ำหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกใช้ผิดบ่อยครั้งอย่าง Aetobatus ornatus แต่ชื่อที่ถูกต้องของกระเบนชนิดนี้คือ Aetomylaeus vespertilio

ทำความรู้จักกับ ‘ยูนิคอร์นแห่งท้องทะเล’

กระเบน Ornate Eagle Ray ได้รับสมญานามอันน่าทึ่งนี้ก็เพราะความหายากอย่างที่สุดของมัน โดยมีรายงานการพบเห็นที่ได้รับการยืนยันทั่วโลกไม่ถึง 60 ครั้งเท่านั้น การได้พบเจอพวกมันแต่ละครั้งจึงเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากและมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับวงการวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่อายุยืน โดยกระเบนชนิดนี้สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 24 ปี และมีช่วงอายุของรุ่น (generation length) ประมาณ 15 ปี

 

Photo of Ornate Eagle Ray
Ornate Eagle Ray โดย Onep.go.th

 

  • ลวดลายโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร: สิ่งที่ทำให้นักดำน้ำสามารถจำกระเบนชนิดนี้ได้คือลวดลายอันงดงามบนแผ่นหลังของมัน [ชมภาพสวยๆ ได้ที่ Oceanographic Magazine] ลวดลายนี้มีลักษณะคล้ายตาข่ายที่ซับซ้อนของเส้นและวงแหวนหรือจุดกลมสีเข้มดำ ซึ่งเป็นลวดลายเฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละตัว และต่างกับกระเบนนกทั่วไปที่จะเป็นจุดกลมขาวบนพื้นสีดำ
  • ขนาดใหญ่สุดๆ ในกลุ่ม Stingray: กระเบนชนิดนี้สามารถเติบโตได้ใหญ่ถึงความกว้างของลำตัว (disc width) ประมาณ 240 เซนติเมตร ซึ่งจัดว่าใหญ่มากในกลุ่ม eagle ray ด้วยกัน แต่ที่น่าแปลกใจและดีใจสำหรับนักดำน้ำอย่างเราๆ ก็คือ Ornate Eagle Ray ไม่มีเงี่ยงพิษที่หาง ทำให้มันไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์
  • บ้านของพวกมัน: พวกมันมีถิ่นที่อยู่กว้างขวางในแถบอินโด-แปซิฟิก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย มัลดีฟส์ ไปจนถึงทะเลไทยที่เคยพบได้ทั่วไปแม้ในอ่าวไทย แต่ปัจจุบันแทบไม่มีรายงานการพบเห็นแล้ว (รายงานล่าสุดพบที่เกาะบอน เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2565 โดย Polpich Aey Komson) อย่างไรก็ตาม แม้จะมีช่วงการกระจายพันธุ์ที่กว้าง แต่การพบเห็นก็ยังคงเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง ซึ่งบ่งบอกว่าการพบเจอพวกมันเป็นเหมือนของขวัญพิเศษจากท้องทะเล

เปรียบเทียบกระเบนนกรางกระแสกับกระเบนนกชนิดอื่นๆ

สายพันธุ์ชื่อวิทยาศาสตร์ลักษณะเด่นการกระจายพันธุ์สถานะ IUCN
Ornate Eagle RayAetomylaeus vespertilioลายเส้นและวงแหวนคล้ายตาข่าย, หางไม่มีเงี่ยงพิษอินโด-แปซิฟิกใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered)
Spotted Eagle RayAetobatus narinariลำตัวสีเข้มมีจุดขาว, มีเงี่ยงพิษที่หางมหาสมุทรแอตแลนติกใกล้สูญพันธุ์ (Endangered)
Ocellated Eagle RayAetobatus ocellatusลำตัวสีเข้มมีจุดขาว หางยาวกว่า มีเงี่ยงพิษที่ยาวกว่าอินโด-แปซิฟิกตะวันตกใกล้สูญพันธุ์ (Endangered)

พฤติกรรมและนิสัยที่น่าสนใจ

แม้จะมีความแตกต่างทางกายภาพ แต่พฤติกรรมของ Ornate Eagle Ray ก็คล้ายคลึงกับกระเบนนกสายพันธุ์อื่นๆ โดยเฉพาะในเรื่องของความสง่างามและความสามารถในการว่ายน้ำ

  • นักล่าใต้พื้นทราย: กระเบนนกส่วนใหญ่มีอาหารหลักเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามพื้นทะเล เช่น หอยกาบ หอยฝาเดียว กุ้ง และปู พวกมันใช้ส่วนปากที่ยื่นออกมาคล้ายปากเป็ดเพื่อขุดคุ้ยหาเหยื่อที่ซ่อนอยู่ใต้ทราย ความสามารถพิเศษที่น่าทึ่งคือการรับรู้คลื่นไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาจากเหยื่อ ทำให้พวกมันสามารถตรวจจับเหยื่อได้อย่างแม่นยำแม้จะมองไม่เห็น
  • ลีลาการโบยบินใต้น้ำ: กระเบนนกสามารถว่ายน้ำได้อย่างรวดเร็วและสง่างาม บางครั้งพวกมันก็กระโดดขึ้นเหนือน้ำ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงหาคำตอบสำหรับพฤติกรรมนี้อยู่ แต่โดยทั่วไปแล้วพวกมันมีนิสัยขี้อายและจะหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้นักดำน้ำ อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกมันกำลังจดจ่อกับการหาอาหารอย่างมาก ก็อาจจะเปิดโอกาสให้นักดำน้ำได้สังเกตการณ์พวกมันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
  • การขยายพันธุ์: กระเบนชนิดนี้มีอัตราการขยายพันธุ์ต่ำ โดยพวกมันเป็นสัตว์ที่ออกลูกเป็นตัวแต่ไข่เจริญเติบโตในท้อง (ovoviviparous) ซึ่งคล้ายกับกระเบนอื่นๆ ในตระกูลเดียวกัน

การดำน้ำอย่างเคารพและมีความรับผิดชอบ

การพบกระเบน Ornate Eagle Ray ถือเป็นประสบการณ์ที่พิเศษสุดๆ และการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องจะช่วยปกป้องพวกมันและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักดำน้ำทุกคน

สิ่งที่ควรทำ:

  • สังเกตการณ์จากระยะไกล: เคารพพื้นที่ส่วนตัวของกระเบนและปล่อยให้พวกมันว่ายเข้ามาหาเอง
  • ดำน้ำอย่างสงบ: การเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ และนิ่งๆ จะช่วยลดความเครียดให้กับสัตว์
  • ไม่ใช้แฟลช: การใช้แฟลชในการถ่ายภาพอาจทำให้สัตว์ตกใจได้
  • เข้าร่วมโครงการวิทยาศาสตร์พลเมือง: ลวดลายบนหลังของกระเบนแต่ละตัวเปรียบเสมือนลายนิ้วมือ การถ่ายภาพส่วนหลังของพวกมันอย่างชัดเจนสามารถช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถติดตามและศึกษาพฤติกรรมของพวกมันได้

สถานะการอนุรักษ์: ทำไมต้องปกป้อง ‘ยูนิคอร์น’ ตัวนี้?

สถานการณ์ของ Ornate Eagle Ray น่ากังวลอย่างยิ่ง โดยมันถูกจัดให้อยู่ในสถานะ ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) โดย IUCN สาเหตุหลักมาจากภัยคุกคามของการทำประมงเกินขนาดและการติดมากับอวนโดยไม่ตั้งใจ (bycatch) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในฐานะนักดำน้ำ เรามีบทบาทสำคัญในการช่วยปกป้องพวกมันได้:

  • ให้ความรู้: บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความพิเศษและความสำคัญของกระเบน Ornate Eagle Ray เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้อื่น
  • ดำน้ำอย่างรับผิดชอบ: สนับสนุนผู้ประกอบการดำน้ำที่ยึดมั่นในหลักการอนุรักษ์ และปฏิบัติตามมารยาทการดำน้ำอย่างเคร่งครัด

ข่าวคราวจากท้องทะเลมัลดีฟส์

เรื่องราวของกระเบนนกรางกระแสในประเทศไทยในอนาคต อาจไม่สามารถคาดหวังอะไรได้มากนัก แต่สำหรับมัลดีฟส์ ยังคงมีรายงานการพบเห็นและถ่ายภาพได้บ้างนานๆ ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพนิ่งถ่ายจากบนผิวน้ำ อย่างเช่น ที่โครงการ Crossroads Maldives [Map] ซึ่งพบและถ่ายภาพได้หลายครั้ง ได้แก่

แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังเป็นภาพนิ่งเท่านั้น ส่วนภาพเคลื่อนไหวยังมีผู้ถ่ายคลิปมาได้น้อยมากๆ [ลองดูคลิปที่ YouTube]

ความท้าทายนี้นำไปสู่ความพยายามครั้งสำคัญในการบันทึกภาพ Ornate Eagle Ray ที่ Crossroads Maldives ให้ได้โดยหลังจากเตรียมแผนการ เครื่องมือ และทีมงาน ไว้ระยะหนึ่งแล้ว ในวันนี้ 29 สิงหาคม 2568 โอกาสก็มาถึง แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคจากธรรมชาติที่พวกมันเคลื่อนที่รวดเร็วและขี้อาย แต่ด้วยความมุ่งมั่นของทีมนักวิทยาศาสตร์และนักดำน้ำชาวไทยซึ่งทำงานอยู่ที่นั่น รวมถึงการใช้เทคโนโลยีโดรนเพื่อช่วยติดตาม พวกเขาจึงสามารถบันทึกภาพวิดีโอใต้น้ำของ “กระเบนเทพ” ตัวนี้ไว้ได้สำเร็จ

ชมภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่ Facebook: Thon Thamrongnawasawat ได้เลย

ภาพและข้อมูลที่ได้นี้จะถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งเขตอนุรักษ์ทางทะเลต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่ากระเบนที่เปราะบางนี้จะได้รับที่หลบภัยที่ยั่งยืนในอนาคต


การได้เจอ ‘ยูนิคอร์นแห่งท้องทะเล’ นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคดี แต่ยังเป็นโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องสิ่งมีชีวิตที่เปราะบางนี้ เพื่อให้พวกมันยังคงโบยบินอย่างอิสระในมหาสมุทรต่อไปในอนาคต

 

แหล่งข้อมูล