หลายคนเลือกซื้อเว็ทสูท (wetsuit) โดยดูแค่ไซส์พอดีหรือดีไซน์ที่สวยถูกใจ แต่จริง ๆ แล้ว “ความหนาของเว็ทสูท” เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน เพราะมีผลโดยตรงต่อการรักษาอุณหภูมิร่างกาย ความสบาย และประสิทธิภาพในการดำน้ำ เว็ทสูทที่บางเกินไปอาจทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนเร็ว ส่วนเว็ทสูทที่หนาเกินไปก็อาจทำให้รู้สึกอึดอัดและเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ แล้วแบบไหนถึงจะเหมาะกับคุณ? วิธีอ่านค่าความหนาของเวทสูท (ตัวเลขพวกนี้บอกอะไร?) เวลาไปเลือกซื้อชุด เรามักจะเห็นตัวเลขระบุความหนาเป็นมิลลิเมตร (มม.) บางรุ่นอาจจะโชว์ตัวเลขตัวเดียว แต่บางรุ่นก็มีเลข 2 ตัว (เช่น 3/2 มม. หรือ 4/3 มม.) ซึ่งมีความหมายง่ายๆ ดังนี้ค่ะ • ตัวเลขแรก (ข้างหน้า): คือความหนาของนีโอพรีนบริเวณ “ลำตัว” ซึ่งจะเน้นความหนาเป็นพิเศษเพื่อปกป้องอวัยวะภายในและรักษาความอบอุ่นแกนกลางของร่างกาย • ตัวเลขที่สอง (ข้างหลัง): คือความหนาบริเวณ “แขนและขา” ซึ่งจะบางลงมาหน่อย เพื่อช่วยให้เราขยับแขนขา ตีฟิน หรือจัดท่าทางใต้น้ำได้อย่างยืดหยุ่นและสบายตัว เช็กอุณหภูมิน้ำ vs ความหนาชุดสำหรับ Scuba Diving เพราะการดำน้ำลึก (Scuba) ร่างกายของเราจะแช่อยู่ใต้น้ำตลอดเวลา ไม่เหมือนกิจกรรมเหนือน้ำ การเลือกความหนาตามอุณหภูมิน้ำจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยค่ะ อุณหภูมิน้ำ (°C) ความหนาเวทสูทที่เหมาะสมสำหรับ Scuba สูงกว่า 28°C น้ำอุ่นสบาย ใส่แค่ชุดว่ายน้ำ, เสื้อกันแดด (Rashguard) หรือชุด UV ก็เพียงพอ 25°C – 27°C เวทสูทขาสั้น (Shorty) หนา 2 มม. หรือชุดเต็มตัว (Full suit) แบบบาง 1 มม. 22°C – 24°C เวทสูทเต็มตัว (Full suit) หนา 3 มม. (ความหนายอดฮิตสำหรับทะเลไทยช่วงน้ำเย็น) 17°C – 21°C เวทสูทเต็มตัว หนา 5 มม. 10°C – 16°C เวทสูทเต็มตัว หนา 7 มม. หรือชุดกึ่งแห้ง (Semi-Dry) หนา 8/7 มม. 5°C – 10°C ชุดกึ่งแห้ง (Semi-Dry) หนา 8/7 มม.…
อ่าน เลือกความหนา wetsuit อย่างไร? ให้เหมาะกับการดำน้ำของคุณAuthor: Pemika
ไม่ได้ดำน้ำนาน… ต้องเรียน Refresh ไหม? มาเช็กความพร้อมก่อนออกทริปกัน
หลายคนอาจเคยมีช่วงเวลาที่ต้องห่างหายจากการดำน้ำ ไม่ว่าจะเพราะงานที่ยุ่ง การเรียน การเดินทาง ภาระครอบครัว หรือเพียงแค่ยังไม่มีโอกาสได้ออกทริป พอเวลาผ่านไปหลายเดือนหรือหลายปี จนถึงวันที่ตัดสินใจกลับไปดำน้ำอีกครั้ง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมักไม่ใช่แค่ความตื่นเต้น แต่ยังมีความกังวลเล็กๆ แอบตามมาด้วย “เราจะยังประกอบอุปกรณ์ได้ถูกไหม?” “จะยังควบคุมการลอยตัวได้เหมือนเดิมหรือเปล่า?” “ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน เรายังจำขั้นตอนต่างๆ ได้หรือไม่?” หากคุณกำลังมีคำถามเหล่านี้อยู่ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะทักษะการดำน้ำก็เหมือนทักษะอื่นๆ ที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ การกลับมาทบทวนก่อนลงทะเลจริง จึงเป็นวิธีที่ช่วยเรียกความมั่นใจและทำให้การดำน้ำครั้งต่อไปทั้งสนุกและปลอดภัยยิ่งขึ้น “ห่างน้ำ” นานแค่ไหน… ควรต้อง Refresh? ในวงการดำน้ำลึก (Scuba Diving) มาตรฐานความปลอดภัยสากลขององค์กรดำน้ำ (เช่น PADI หรือ SSI) ได้ให้คำแนะนำไว้ค่อนข้างชัดเจนเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวนักดำน้ำเอง • ห่างหายไป 6 เดือน – 1 ปี: แม้บางคนจะยังจำหลักการได้ แต่ความคล่องตัวในการปฏิบัติจริงจะลดลงแล้ว แนะนำว่าควรทำ Scuba Refresher หรือ Scuba Review ก่อนลงทะเลจริง • ห่างหายไปเกิน 1-2 ปีขึ้นไป: กรณีนี้ถือว่าจำเป็นต้องเข้าคอร์ส Refresh เลยค่ะ เพราะทักษะฉุกเฉิน (Emergency Skills) เช่น การเคลียร์หน้ากาก หรือการแชร์อากาศกับบัดดี้ หากไม่ได้ฝึกฝนนานๆ เมื่อเจอสถานการณ์จริงใต้น้ำ อาจทำให้เราเกิดอาการตื่นตระหนก (Panic) ได้ง่ายขึ้น เรียน Refresh แล้วได้อะไรบ้าง? ทำไมถึงช่วยให้ทริปสนุกขึ้น การกลับมาเรียน Refresh ไม่ใช่การมานั่งนับหนึ่งใหม่เหมือนตอนเรียน Open Water ครั้งแรก แต่มันคือการปัดฝุ่นรื้อฟื้นความจำ ในบรรยากาศสบายๆ โดยสิ่งที่เราจะได้ฝึกฝนร่วมกันอย่างละเอียด มีดังนี้ค่ะ • ทบทวนการประกอบและเช็กอุปกรณ์คู่ใจ: มาดูกันอีกรอบว่าสายไหนต่อตรงไหน การเช็กความปลอดภัยก่อนลงน้ำ (BWRAF) ทำอย่างไร เพื่อให้วันจริงเราแต่งตัวได้คล่องแคล่ว มั่นใจ ไม่ยืนเก้ๆ กังๆ บนเรือ • ซ้อมทักษะสำคัญในน้ำ: ตั้งแต่การเคลียร์น้ำออกจากหน้ากาก การตามหาเรกูเลเตอร์ที่หลุดจากปาก ไปจนถึงทักษะที่สำคัญที่สุดอย่าง การควบคุมการลอยตัว (Buoyancy Control) ลองมาหัดทำ Fin Pivot หรือ Hovering ในสระน้ำให้มือนิ่งเท้านิ่งก่อน เพื่อที่เวลาลงทะเลจริงเราจะได้ไม่เผลอเตะโดนปะการังเสียหาย • ช่วยประหยัดอากาศ (Air Consumption): นักดำน้ำที่ห่างน้ำนานมักจะตื่นเต้น ทำให้หายใจเร็วและเหนื่อยง่าย ซึ่งส่งผลให้อากาศในถังหมดไวมาก การได้มาซ้อมหายใจและปรับท่าทางในสระให้ชิน จะช่วยลดความเครียด ทำให้เราหายใจช้าลง ลอยตัวได้นิ่งขึ้น…
อ่าน ไม่ได้ดำน้ำนาน… ต้องเรียน Refresh ไหม? มาเช็กความพร้อมก่อนออกทริปกัน