ทำไมหน้ากากดำน้ำถึงเป็นฝ้า? รวมวิธีแก้ปัญหาฝ้าขึ้นหน้ากาก

สิ่งที่ทุกคนคาดหวังเมื่อไปดำน้ำ คือการได้เห็นภาพใต้ทะเลแบบชัดแจ๋ว ดื่มด่ำกับภาพบรรยากาศแบบคมชัดใช่ไหมคะ… แต่บางครั้งก็มีอุปสรรคที่ทำให้นักดำน้ำหลายๆ คนต้องขัดใจ เพราะผ่านไปไม่กี่นาที หน้ากากดำน้ำดันเริ่มขึ้นฝ้าพร่ามัวจนมองไม่เห็นปะการังหรือฝูงปลาที่อยู่ตรงหน้าแบบชัดๆ ซะอย่างนั้น และนั่นอาจทำลายอรรถรสของการดำน้ำไปได้เลย

ทำไมหน้ากากถึงเป็นฝ้า? และจะจัดการหรือป้องกันเรื่องนี้อย่างไรได้บ้าง? เพื่อให้ปัญหาน่ากวนใจนี้ไม่เกิดขึ้นอีกในการดำน้ำของคุณ เรามาหาคำตอบไปพร้อมกันค่ะ

ฝ้าบนหน้ากากดำน้ำ เกิดจากอะไร?

หากถามว่าทำไมหน้ากากดำน้ำถึงเกิดฝ้าขึ้น นั่นเป็นเพราะว่า ภายในหน้ากากมีอากาศอุ่นที่ถูกทำให้ร้อนขึ้นจากใบหน้าและลมหายใจของเรา ขณะที่ผิวเลนส์ด้านนอกสัมผัสกับน้ำทะเลซึ่งเย็นกว่ามาก เมื่ออากาศอุ่นชื้นไปกระทบกับผิวเลนส์ที่เย็น ความชื้นในอากาศจึงควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำเล็กๆ เกาะอยู่บนผิวกระจก นี่คือกลไกเดียวกับที่ทำให้กระจกห้องน้ำเป็นฝ้าหลังอาบน้ำอุ่นนั่นเองค่ะ

สำหรับหน้ากากใหม่ ยังมีปัญหาซ้อนเข้ามาอีกชั้น เพราะในกระบวนการผลิตเลนส์ มักมีฟิล์มซิลิโคนบางๆ และคราบน้ำมันจากแม่พิมพ์ตกค้างอยู่บนผิวเลนส์ด้านใน สารเหล่านี้ทำให้หยดน้ำเกาะติดง่ายขึ้นไปอีก จึงไม่แปลกที่หน้ากากใหม่มักเป็นฝ้าหนักกว่าหน้ากากที่ผ่านการใช้งานมาสักระยะแล้ว

เตรียมหน้ากากใหม่ให้พร้อมก่อนลงน้ำครั้งแรก

เมื่อซื้อหน้ากากมาใหม่ๆ ก่อนนำลงดำน้ำครั้งแรก ควรกำจัดคราบน้ำมันจากโรงงานออกก่อน วิธีที่ได้รับความนิยมและปลอดภัยที่สุดคือการใช้ยาสีฟัน โดยเลือกชนิดเนื้อครีมเท่านั้น ห้ามใช้ชนิดเจลหรือสูตรฟอกขาว เพราะสูตรฟอกขาวมักมีเม็ดขัดที่อาจทำให้เลนส์เป็นรอย

วิธีทำคือ บีบยาสีฟันขนาดเท่าเมล็ดถั่วลงบนเลนส์ด้านใน แล้วใช้นิ้วหรือแปรงสีฟันขนนุ่มถูวนเบาๆ ประมาณ 2-3 นาที หากเป็นคราบฝังแน่น อาจทิ้งยาสีฟันไว้ข้ามคืนแล้วล้างออกในเช้าวันรุ่งขึ้น ทำซ้ำขั้นตอนนี้ 3-5 รอบจนกว่าเลนส์จะรู้สึกสะอาดจริงๆ

บางคนอาจเคยได้ยินวิธี “เผาด้วยไฟแช็ก” ซึ่งเป็นการเผาผิวเลนส์ด้านในเพื่อกำจัดซิลิโคน แต่วิธีนี้มีความเสี่ยงสูงไปสักหน่อย เพราะอาจทำให้เลนส์ชนิดที่เป็นพลาสติกเสียหายหรือขอบซิลิโคนละลาย จึงเหมาะสำหรับผู้มีประสบการณ์และใช้ได้เฉพาะเลนส์กระจกนิรภัย(Tempered Glass) เท่านั้น สำหรับนักดำน้ำทั่วไป การขัดด้วยยาสีฟันยังน่าจะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่ามากค่ะ

4 วิธีป้องกันฝ้าก่อนดำน้ำ

แม้จะเตรียมหน้ากากมาอย่างดีแล้ว ทุกครั้งก่อนลงน้ำก็ยังจำเป็นต้องทำ “defog” เพื่อเคลือบผิวเลนส์กันฝ้าซ้ำอีกครั้ง โดยวิธีที่นิยมใช้กันมีดังนี้

1. แชมพูเด็ก เป็นทางเลือกประหยัดที่ให้ผลดีไม่แพ้กัน และค่อนข้างปลอดภัยต่อดวงตา ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

2. น้ำลาย วิธีนี้อาจฟังดูไม่สะดวกใจสำหรับบางคนเท่าไหร่ แต่ก็นั่นแหละค่ะ น้ำลายของเราเองถุยลงไปในหน้ากาก แล้วก็เอานิ้วเกลี่ยๆ ให้ทั่ว แล้วใส่หน้ากากโดยไม่ต้องล้างน้ำเปล่า เพราะว่าน้ำลายเรามีความเข้มข้นไม่มากเท่าสบู่ ล้างน้ำนิดเดียว น้ำลายก็หายไปหมด วิธีคลาสสิกนี้เก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเมื่อไม่มีอุปกรณ์อื่นก็แล้วกันค่ะ

3. ทายาสีฟันไว้ล่วงหน้า บางคนเลือกทายาสีฟันบางๆ ทิ้งไว้คืนก่อนดำน้ำแล้วล้างออกก่อนใช้งานจริง แต่ต้องเลือกยาสีฟันเนื้อครีมที่ไม่ใช่สูตรฟอกขาวเช่นเดียวกับขั้นตอนเตรียมหน้ากากใหม่

4. ใช้น้ำยากันฝ้าสำเร็จรูป เป็นอีกตัวเลือกที่ให้ผลดี เพราะถูกคิดค้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ วิธีใช้คือทาลงบนเลนส์แห้ง เกลี่ยให้ทั่ว แล้วล้างเบาๆ ก่อนดำน้ำ

นอกจากการทำ defog แล้ว การสวมหน้ากากให้แนบสนิทตั้งแต่แรกก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรสะบัดหยดน้ำออกท้องทะเลได้เต็มที่มากขึ้น

ดูแลเลนส์และขอบซิลิโคนให้ถูกวิธี

หลังดำน้ำทุกครั้ง ควรล้างหน้ากากด้วยน้ำจืดให้ทั่วถึง เพื่อกำจัดคราบเกลือ ทราย ที่อาจตกค้าง ไม่ควรปล่อยให้น้ำเค็มแห้งคาอยู่บนเลนส์ จากนั้นควรตากไว้ในที่ร่มจนแห้ง ไม่ควรตากแดด เพราะรังสี UV จะทำให้ส่วนขอบซิลิโคน เหลือง แข็ง และสูญเสียความยืดหยุ่นได้ สำหรับการทำความสะอาดเลนส์ ให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์นุ่มหรือกระดาษเช็ดเลนส์โดยเฉพาะ หลีกเลี่ยงวัสดุขัด กระดาษทิชชู่ หรือน้ำยาเช็ดกระจกทั่วไปที่อาจทำลายผิวเลนส์ หลังจากแห้งดีแล้ว ควรเก็บหน้ากากใส่กล่อง และไม่เก็บไว้ในที่ร้อน

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการให้ขอบซิลิโคนสัมผัสกับครีมกันแดด ยากันยุง หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของปิโตรเลียม หากต้องทาครีมกันแดด ควรทาให้ซึมเข้าผิวก่อนสวมหน้ากากสักระยะ

อย่าลืมตรวจสอบสายรัดหน้ากากเป็นประจำว่ามีรอยแตก บางลง หรือหมดความยืดหยุ่นหรือไม่ เพราะเป็นชิ้นส่วนที่มักถูกมองข้ามจนกระทั่งขาดในเวลาที่ไม่เหมาะสม ควรพกสายรัดสำรองติดชุดอุปกรณ์ไว้เสมอ
เก็บรักษาอย่างไรให้หน้ากากอยู่ทน

วิธีเก็บหน้ากากระหว่างทริปมีผลต่ออายุการใช้งานมากกว่าที่หลายคนคิด ควรใช้กล่องแข็งหรือกึ่งแข็งเก็บหน้ากากเสมอ ไม่ควรโยนรวมไว้ในกระเป๋าอุปกรณ์ที่อาจถูกกดทับหรือขีดข่วน และควรเก็บในลักษณะหงายขึ้นหรือตะแคง ไม่ควรคว่ำหน้าลง เพราะจะทำให้ขอบซิลิโคนถูกกดจนเสียรูปทรงอย่างถาวร รวมถึงควรเก็บให้ห่างจากแสงแดดและความร้อน เพราะถ้าเผลใส่ไว้ในท้ายรถที่ร้อนจัดเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็สามารถทำให้ซิลิโคนบิดงอได้

เมื่อไหร่ที่ควรเปลี่ยนหน้ากากใหม่

ต่อให้ดูแลอย่างดีแค่ไหน หน้ากากก็มีอายุการใช้งานจำกัด สัญญาณที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว เมื่อรู้สึกว่า เกิดการรั่วซึมตลอดเวลาแม้ใส่พอดีและผิวหน้าสะอาดแล้ว เลนส์ขุ่นหรือมีรอยขีดข่วนลึกจนแก้ไขไม่ได้ กรอบหน้ากากแตกหรือเปราะ และขอบซิลิโคนเริ่มเหลืองหรือแข็งจนสูญเสียความยืดหยุ่น โดยทั่วไปแล้ว หน้ากากดำน้ำคุณภาพดีที่ดูแลอย่างถูกต้อง มักมีอายุการใช้งานราว 5-10 ปีสำหรับผู้ที่ดำน้ำสม่ำเสมอ

ทางเลือกสำหรับคนที่อยากตัดปัญหาฝ้าไปเลย

สำหรับนักดำน้ำที่เบื่อกับการต้องคอยทำ defog ก่อนลงน้ำทุกครั้ง หรือเจอปัญหาฝ้ากลับมาซ้ำๆ แม้จะดูแลตามขั้นตอนแล้วก็ตาม ปัจจุบันมีตัวช่วยที่สามารถป้องกันฝ้าได้ในระยะยาว อย่างเช่น

1. ฟิล์มกันฝ้า ก็เป็นอีกทางเลือกในการแก้ปัญหาฝ้า ที่ได้ผลในระยะยาว เพราะการติดฟิล์มกันฝ้า สามารถกันฝ้าไปได้ค่อนข้างนาน แต่ต้องระมัดระวังในขั้นตอนการติด ไม่ให้หน้ากากมีสิ่งสกปรกหรือเคลือบอย่างอื่นมาก่อน

2. หน้ากากดำน้ำกันฝ้า SEAC Pura Anti Fog หน้ากากดำน้ำรุ่นใหม่จาก SEAC ที่ออกแบบมาพร้อมเทคโนโลยีเคลือบผิวเลนส์กันฝ้ามาจากโรงงานโดยเฉพาะ ด้วยเทคโนโลยีลดการเกิดฝ้า Plasma Antifog Treatment ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยลดขั้นตอนเตรียมหน้ากากใหม่และการทำ defog ซ้ำๆ ก่อนดำน้ำแต่ละครั้งได้มาก ทำให้มีเวลาโฟกัสกับความสวยงามใต้ท้องทะเลได้เต็มที่มากขึ้น เหมาะสำหรับทั้งนักดำน้ำมือใหม่ที่อยากได้ความสะดวก และนักดำน้ำมากประสบการณ์ที่มองหาอุปกรณ์คู่ใจไว้ใช้งานระยะยาว

สนใจสอบถามรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ร้าน Scuba Outlet ใกล้บีทีเอสเพลินจิต หรือทักแชทที่ Line: @scubaoutlet ได้เลยค่ะ
…….