การเก็บและดูแลรักษาหน้ากากดำน้ำอย่าไร? ให้ใช้งานได้ยาวนาน

หน้ากากดำน้ำอาจไม่ใช่อุปกรณ์ที่แพงที่สุดในกระเป๋าดำน้ำ แต่เป็นชิ้นที่นักดำน้ำผูกพันมากที่สุด เพราะกว่าจะเจอหน้ากากที่พอดีกับใบหน้าสักอันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย พอเจอแล้วก็อยากให้อยู่กับเราไปนานๆ ฉะนั้นการดูแลรักษาหน้ากากอย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ

หลังดำน้ำควรทำอย่างไรกับหน้ากาก?

หลังดำน้ำต้องล้างหน้ากากด้วยน้ำจืดทุกครั้ง เพราะเกลือและสิ่งสกปรกที่ตกค้างจากน้ำทะเลจะกัดกร่อนเนื้อซิลิโคนให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้นเรื่อยๆ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ล้างออก หรือหากต้องดำน้ำหลายไดฟ์ติดกันในหนึ่งวัน ยังไม่สะดวกล้างทันที ให้แช่หรือล้างในถังน้ำจืดที่เตรียมไว้บนเรือก่อนนำไปใช้ไดฟ์ถัดไป เพื่อไม่ให้คราบเกลือสะสมนานเกินไป

กำจัดคราบเกลือและสิ่งสกปรกให้หมดจด

นอกจากล้างด้วยน้ำจืดแล้ว ควรทำความสะอาดให้ทั่วถึงด้วยสบู่อ่อนหรือแชมพูเด็ก ถูเบาๆ ทั้งบริเวณเลนส์และขอบซิลิโคน โดยเฉพาะซอกเล็กๆ รอบจมูกที่มักมีคราบสะสม
ควรเลือกสบู่ชนิดไม่มีฟอสเฟต เพราะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทางน้ำมากกว่า และหลังทำความสะอาดต้องล้างน้ำจืดซ้ำจนแน่ใจว่าไม่มีคราบสบู่หลงเหลือ เพราะคราบสบู่ที่ตกค้างอาจทำให้เลนส์เป็นฝ้าง่ายขึ้นในการดำน้ำครั้งต่อไป ห้ามใช้แอลกอฮอล์ น้ำมัน หรือสารเคมีตัวทำละลายใดๆ ในการทำความสะอาดหรือหล่อลื่นชิ้นส่วนใดของหน้ากากเด็ดขาด เพราะสารเหล่านี้อาจทำลายเนื้อซิลิโคนและพลาสติกได้

เก็บหน้ากากให้เมาะสม

เช็ดหน้ากากโดยใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าเนื้อนุ่มไม่มีขุยเช็ดให้แห้งสนิท แล้วผึ่งในที่มีอากาศถ่ายเทก่อนนำไปเก็บ ไม่ควรเก็บทั้งที่ยังเปียกหรือชื้น

แม้จะดูเหมือนแห้งแล้ว แต่ความชื้นเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดเชื้อราได้เมื่อเก็บในที่ปิดทึบ ถ้าเป็นไปได้ให้แขวนผึ่งในถุงตาข่ายที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกก่อนย้ายเข้ากล่องเก็บถาวร วิธีนี้ช่วยลดโอกาสเกิดกลิ่นอับหรือเชื้อราได้มากในระยะยาว

เก็บอย่างไรให้หน้ากากอยู่ได้นาน?

1. หลีกเลี่ยงความร้อน

ความร้อนและแสงแดดโดยตรงเป็นศัตรูตัวฉกาจของซิลิโคน ทำให้ซิลิโคนใสเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ซิลิโคนสีดำแข็งกรอบและเปราะ รวมถึงทำให้เลนส์หรือกรอบพลาสติกเสียรูปทรงได้

ไม่ควรวางหน้ากากทิ้งไว้ในรถที่จอดตากแดด บนดาดฟ้าเรือกลางแจ้งเป็นเวลานาน หรือใกล้แหล่งความร้อนใดๆ ควรเก็บในที่เย็น แห้ง และพ้นจากแสงแดดโดยตรงเสมอ รังสี UV เป็นตัวการหลักที่ทำให้ซิลิโคนเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเป็นมาก

2. ไม่ควรวางของหนักทับ

หากซิลิโคนถูกกดทับจนเสียรูปทรงเป็นเวลานาน อาจไม่คืนรูปเดิมได้สนิทเมื่อนำมาใช้งานอีกครั้ง ซึ่งกระทบโดยตรงต่อการซีลกับใบหน้า

หน้ากากไม่ควรถูกโยนปนกับอุปกรณ์ดำน้ำอื่นในกระเป๋าใบเดียวกันโดยไม่มีการป้องกัน โดยเฉพาะการถูกของหนักหรือของแข็งกดทับ ควรเก็บในตำแหน่งที่ไม่มีอะไรมาบีบอัดขอบซิลิโคนให้ผิดรูปเป็นเวลานาน

เก็บในกล่อง/ถุงแบบไหนถึงเหมาะสม?

ควรเก็บในกล่องพลาสติกแข็งสำหรับหน้ากากโดยเฉพาะ (Mask Case) ซึ่งช่วยป้องกันทั้งแรงกระแทกและการบีบอัดรูปทรง ดีกว่าการโยนรวมกับอุปกรณ์อื่นในกระเป๋าดำน้ำทั่วไป
หากไม่มีกล่องแข็ง อย่างน้อยควรใช้ถุงหรือซองที่มีการป้องกันแรงกระแทกในระดับหนึ่ง และไม่วางซ้อนกับของหนักอื่น ๆ นอกจากนี้ ควรเก็บหน้ากากแยกจากอุปกรณ์ดำน้ำสีดำชิ้นอื่น เพราะเม็ดสีดำจากอุปกรณ์อื่นอาจซึมเปื้อนทำให้ซิลิโคนใสของหน้ากากเปลี่ยนสีได้เมื่อสัมผัสกันเป็นเวลานาน

ระวังซิลิโคนเสื่อมได้อย่างไรบ้าง?

สัญญาณของซิลิโคนเสื่อมสภาพที่สังเกตได้คือ สีเปลี่ยนเป็นเหลืองหรือขุ่น เนื้อแข็งกรอบขึ้น หรือมีรอยแตกลายงา ซึ่งเกิดจากการสะสมของแสงแดด ความร้อน และความชื้นเป็นเวลานาน

หากพบว่าซิลิโคนเริ่มมีอาการเหล่านี้ ให้ตรวจสอบว่ายังคงยืดหยุ่นและซีลได้ดีอยู่หรือไม่ก่อนนำไปใช้งาน ในบางกรณีที่ซิลิโคนใสเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเพียงเล็กน้อยจากคราบสะสม อาจใช้ยาสีฟันขัดเบาๆ ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่หากเนื้อซิลิโคนเริ่มแข็งกรอบหรือมีรอยแตกจริง นั่นเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนหน้ากากใหม่แล้ว เพราะไม่มีวิธีทำให้ซิลิโคนที่เสื่อมสภาพจริงกลับมานุ่มยืดหยุ่นเหมือนเดิมได้

ก่อนใช้งานต้องเช็กอะไรบ้างก่อนลงน้ำทุกครั้ง

✔️เช็คเลนส์

ตรวจดูรอยขีดข่วน รอยแตกร้าว หรือคราบฝ้าที่ล้างไม่ออก เพราะแม้เป็น Tempered Glass ก็ยังเกิดรอยขีดข่วนเล็กๆ สะสมได้ ซึ่งกระทบต่อความคมชัดในการมองเห็นระยะยาว
หากเป็นหน้ากากที่เพิ่งซื้อใหม่ ควรเช็ดคราบฟิล์มซิลิโคนบางๆ ที่ติดมาจากกระบวนการผลิตออกก่อนใช้งานครั้งแรก เพราะคราบนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หน้ากากใหม่เป็นฝ้าง่ายผิดปกติ

✔️เช็คซิลิโคน

ลองยืดและบีบขอบซิลิโคนเบาๆ ดูว่ายังคงความยืดหยุ่นดีอยู่หรือไม่ พร้อมสังเกตรอยแตกลายงาหรือจุดที่เริ่มแข็งกรอบผิดปกติจากส่วนอื่น
ถ้าพบว่าบางจุดของซิลิโคนแข็งกว่าจุดอื่นอย่างชัดเจน หรือมีรอยแตกเล็กๆ ตามแนวขอบซีล ควรพิจารณาว่าจุดนั้นอาจกลายเป็นทางน้ำเข้าได้เมื่อนำไปใช้งานจริง

✔️เช็คสายรัด

ดึงสายรัดเบาๆ เพื่อเช็กว่ายังคงความยืดหยุ่นดี ไม่แข็งกรอบหรือมีรอยแตกลายงา โดยเฉพาะบริเวณจุดยึดกับหัวปรับสายที่รับแรงบ่อยที่สุด

สายรัดที่เก็บไม่ถูกวิธีเป็นเวลานาน โดยเฉพาะที่ถูกความร้อนหรือแสงแดด มีโอกาสเปราะและขาดง่ายกว่าปกติ ควรตรวจก่อนทุกครั้งโดยเฉพาะก่อนทริปดำน้ำที่ไม่สามารถหาอะไหล่ทดแทนได้สะดวก

✔️เช็ค Buckle (หัวปรับสาย)

เช็คว่าหัวปรับสายยังคงล็อกตำแหน่งได้แน่นหนา ไม่ลื่นไถลเอง และกลไกหมุนหรือคลิกยังทำงานคล่องตัวไม่ฝืดหรือหลวมเกินไป

หากพบว่าหัวปรับสายเริ่มลื่นจนความแน่นของสายเปลี่ยนเองระหว่างใช้งาน หรือมีเสียงดังผิดปกติเวลาปรับ ควรทำความสะอาดกลไกด้านในหรือพิจารณาเปลี่ยนก่อนนำไปใช้งานจริง เพราะปัญหาเล็กน้อยจุดนี้อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่กลางทะเลได้

สรุป

• หลังดำน้ำทุกครั้ง ควรล้างน้ำจืดทันทีที่มีโอกาส และผึ่งให้แห้งสนิทก่อนเก็บเสมอ
• เก็บหน้ากากในที่เย็น แห้ง พ้นแสงแดด และหลีกเลี่ยงของหนักกดทับซิลิโคน
• กล่องแข็งสำหรับหน้ากากโดยเฉพาะช่วยป้องกันทั้งแรงกระแทกและการเสียรูปทรงได้ดีที่สุด
• ก่อนใช้งานทุกครั้ง ควรตรวจเลนส์ ซิลิโคน สายรัด และหัวปรับสายให้ครบ เพราะปัญหาเล็กๆ ที่มองข้ามอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ใต้น้ำได้
• ดูแลถูกวิธี หน้ากากใบโปรดก็อยู่กับเราไปได้อีกหลายปีโดยไม่ต้องรีบเปลี่ยนใหม่

 

*แหล่งอ้างอิง

https://us.aqualung.com/pages/care-and-maintenance-masks

https://www.scuba.com/blog/scuba-gear-scuba-mask-maintenance-tips/

https://www.deepbluediving.org/clean-silicone-mask/