Photo of Eagle Ray

กระเบนนก (Eagle Ray) อินทรีแห่งท้องทะเล

หากคุณเคยดำน้ำลึก คุณอาจจะเคยเห็น ‘กระเบนนก’ ว่ายน้ำผ่านไปอย่างสง่างาม ด้วยครีบขนาดใหญ่คล้ายปีกที่โบยบินผ่านผืนน้ำได้อย่างง่ายดาย นี่ไม่ใช่จินตนาการ แต่เป็นความจริงที่น่าตื่นเต้น! กระเบนในตระกูลนี้มีหลากหลายสายพันธุ์กว่า 20 ชนิด ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ต่างก็มีเรื่องราวเฉพาะตัวที่น่าสนใจ

กระเบนนก (Eagle Ray) คือกลุ่มปลากระเบนขนาดใหญ่ในวงศ์ Myliobatidae ซึ่งต่อมามีการแยกบางสายพันธุ์ไปอยู่ในวงศ์ Aetobatidae อันเป็นสายพันธุ์กระเบนนกส่วนใหญ่ที่นักดำน้ำเราสังเกตเห็นได้บ่อย จากลักษณะ สีสัน และลวดลายบนลำตัวของกระเบนนกกลุ่มนี้

พฤติกรรมและวัฏจักรชีวิต

กระเบนนก เป็นนักว่ายน้ำที่คล่องแคล่วว่องไว ชอบถลาไปในน่านน้ำเปิดราวกับว่ากำลังบินอยู่ใต้อากาศ ซึ่งต่างจากปลากระเบนทั่วไปในวงศ์ Dasyatidae (ปลากระเบนหางแส้) ที่มักจะนอนนิ่งๆ อยู่บนพื้นทรายใต้ท้องทะเล แม้ว่ากระเบนทั้ง 2 วงศ์นี้จะจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับปลาฉลามและปลากระเบนทั่วไปในชั้น Elasmobranchii (ปลากระดูกอ่อน) ก็ตาม

ลักษณะทางกายภาพของกระเบนนกที่โดดเด่นมีหลายประการ ได้แก่ ครีบอกที่พัฒนาจนมีรูปร่างคล้ายปีก และจมูกที่แบนและกลมคล้ายปากเป็ดหรือปากนกอินทรี ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “กระเบนนก” หรือ “Eagle Ray” หางของมันยาวเรียวคล้ายแส้ และโดยส่วนใหญ่จะมีเงี่ยงพิษสำหรับป้องกันตัวที่บริเวณโคนหาง อย่างไรก็ตาม กระเบนนกบางสายพันธุ์ เช่น กระเบนนกรางกระแส (Ornate Eagle Ray) เป็นข้อยกเว้นที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่ไม่มีเงี่ยงพิษที่หาง จึงไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์

การ “บิน” และการ “กระโดด” ของกระเบนนก

พฤติกรรมการว่ายน้ำของกระเบนนกมีความสง่างามและเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่ง มันใช้การขยับครีบอกขนาดใหญ่ที่คล้ายปีกเพื่อขับเคลื่อนตัวเองไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ราวกับกำลังร่อนอยู่ในอากาศ กระเบนนกมักจะว่ายน้ำเพียงลำพัง แต่บางครั้งก็รวมกลุ่มกันในลักษณะ “การรวมกลุ่มอย่างหลวมๆ” (loose aggregation) โดยว่ายน้ำไปในทิศทางและด้วยความเร็วเดียวกันเป็นกลุ่มใหญ่ถึง 50 ตัว หรือในบางพื้นที่เช่นที่ the Sea of Cortez อาจพบการรวมตัวกันหลายพันตัวในฤดูผสมพันธุ์

หนึ่งในพฤติกรรมที่สร้างความประหลาดใจและยังคงเป็นปริศนาทางวิทยาศาสตร์คือการกระโดดขึ้นจากน้ำ มีการตั้งสมมติฐานหลายอย่างเพื่ออธิบายพฤติกรรมนี้ บางคนเชื่อว่าพวกมันกระโดดเพื่อสลัดปรสิตที่เกาะตามลำตัวออก บางคนมองว่าเป็นพฤติกรรมการเกี้ยวพาราสีเพื่อแสดงความแข็งแกร่งของตัวผู้ หรืออาจเป็นการสื่อสารเพื่อระบุตำแหน่งให้กระเบนนกตัวอื่นในกลุ่มทราบ แต่บางครั้งก็เชื่อว่าพวกมันอาจจะแค่กระโดดเพื่อความสนุกสนานเฉกเช่นเดียวกับโลมาที่เล่นโต้คลื่น

กลยุทธ์การล่าอันชาญฉลาด

แม้จะดูสง่างาม แต่กระเบนนกคือผู้ล่าที่เชี่ยวชาญ พวกมันมีกลยุทธ์การหาอาหารที่ซับซ้อน โดยใช้จมูกที่อุดมไปด้วยรูรับสัมผัสไฟฟ้า (electro-sensory pore) ทำหน้าที่เสมือน “เรดาร์ชีวภาพ” ในการตรวจจับเหยื่อที่ซ่อนตัวอยู่ใต้พื้นทราย เมื่อพบเหยื่อ พวกมันจะใช้จมูกขุดคุ้ยทราย และใช้ขากรรไกรอันทรงพลังที่มีฟันคล้ายแผ่นโมเสกที่ประสานกันอย่างแน่นหนาเพื่อบดขยี้เปลือกที่แข็งของเหยื่อ อาหารหลักของกระเบนนกคือสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีเปลือกแข็ง เช่น หอยกาบ หอยทาก ปู และหอยเชลล์

Photo of an eagle ray searching the bottom for food
An eagle ray searching the bottom for food. Curaçao, Netherland Antilles by laszlo-photo@Flikr

วัฏจักรชีวิตที่เชื่องช้า

กระเบนนกมีกลยุทธ์การสืบพันธุ์แบบ ovoviviparity (aplacental viviparity) ซึ่งหมายความว่าไข่จะพัฒนาและฟักตัวในร่างกายของแม่ และให้กำเนิดลูกปลาที่มีชีวิต อย่างไรก็ตาม พวกมันมีอัตราการให้กำเนิดลูกต่ำ (low fecundity) โดยใช้เวลาตั้งท้องนานกว่า 12 เดือน และให้กำเนิดลูกเพียงไม่กี่ตัวต่อครั้ง

ความเชื่องช้าในการเติบโตและการสืบพันธุ์นี้สะท้อนถึงความเปราะบางของพวกมัน แม้กระเบนนกจะเป็นนักล่าที่ปรับตัวได้ดี แต่ลักษณะทางชีวภาพนี้กลับทำให้พวกมันอ่อนแออย่างยิ่งต่อภัยคุกคามที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ การที่พวกมันใช้เวลานานกว่าจะถึงวัยเจริญพันธุ์และให้กำเนิดลูกจำนวนน้อย ทำให้ประชากรของพวกมันไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อเผชิญกับการจับปลาที่มากเกินไป

สายพันธุ์ที่น่าสนใจ

กระเบนนกจุดขาว (Ocellated Eagle Ray, Aetobatus ocellatus)

กระเบนนกจุดขาว หรือ กระเบนนกจุดวง เป็นสายพันธุ์ที่มีความสวยงามเป็นพิเศษ ด้วยหลังสีเข้ม (สีดำ, เทา, หรือเขียวอมเทา) ที่มีลวดลายจุดและวงแหวนสีขาวหรือสีเงินกระจายอยู่ทั่ว ลวดลายเหล่านี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำกันในแต่ละตัว คล้ายกับลายนิ้วมือของมนุษย์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนักวิทยาศาสตร์ในการระบุและติดตามพวกมันเพื่อการวิจัย สายพันธุ์นี้แพร่กระจายอยู่ในมหาสมุทรอินโด-แปซิฟิกตะวันตก ตั้งแต่ชายฝั่งตะวันออกของแอฟริกาไปจนถึงฮาวาย และรวมถึงประเทศไทย

Photo of Aetobatus ocellatus in Maldives
Aetobatus ocellatus in Maldives by Ahmed Abdul Rahman

ในอดีต กระเบนนกสายพันธุ์นี้เคยถูกจัดจำแนกให้เป็นสายพันธุ์เดียวกับกระเบนนกจุดขาวในมหาสมุทรแอตแลนติก (Aetobatus narinari) อย่างไรก็ตาม การศึกษาทางสัณฐานวิทยาและพันธุกรรมเมื่อไม่นานมานี้ได้ยืนยันว่าพวกมันเป็นคนละสายพันธุ์กัน โดยกระเบนนกจุดขาวในมหาสมุทรอินโด-แปซิฟิก (A. ocellatus) มีลักษณะที่แตกต่างจากสายพันธุ์ในแอตแลนติก (A. narinari) เช่น มีหางและเงี่ยงพิษที่ยาวกว่าเล็กน้อย และมีสีพื้นลำตัวด้านบนเป็นสีเขียวอมเทาเข้ม ส่วนสายพันธุ์แอตแลนติกมีพื้นลำตัวสีเหลืองน้ำตาล

สถานะการอนุรักษ์ของกระเบนนกจุดขาว (A. ocellatus) บนบัญชีแดงของ IUCN ยังคงมีความหลากหลาย โดยบางรายงานจัดอยู่ในสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์” (Endangered) ในขณะที่บางรายงานจัดอยู่ในสถานะ “มีแนวโน้มใกล้ถูกคุกคาม” (Vulnerable) สถานะที่แตกต่างกันนี้อาจมาจากความแตกต่างในการประเมินระดับภูมิภาคหรือช่วงเวลาที่มีการประเมิน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนใหญ่ชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามหลักจากกิจกรรมการประมงที่จับปลาพลอยได้ (bycatch) และการประมงที่มุ่งเป้าโดยตรงในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กระเบนนกจุดขาวแอตแลนติก (Spotted Eagle Ray, Aetobatus narinari)

กระเบนนกจุดขาวสายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ที่กระจายพันธุ์อยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งในหลายๆ ด้านมีลักษณะทางชีวภาพและพฤติกรรมคล้ายคลึงกับญาติของมันในอินโด-แปซิฟิก

ในปัจจุบัน สถานะของมันบนบัญชีแดงของ IUCN ถูกประเมินให้อยู่ในกลุ่ม “ใกล้สูญพันธุ์” (Endangered) โดยภัยคุกคามหลักต่อสายพันธุ์นี้มาจากการประมงที่เกินขีดจำกัด การสูญเสียถิ่นที่อยู่จากมลพิษ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กระเบนนกจุดขาวแปซิฟิก (Pacific White-Spotted Eagle Ray, Aetobatus laticeps)

เป็นกระเบนนกที่พบในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกเขตร้อน ตั้งแต่ บาฮา แคลิฟอร์เนีย ไปจนถึงตอนเหนือของเปรู รวมถึงหมู่เกาะกาลาปากอส

ก่อนปี 2014 สายพันธุ์นี้เคยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับกระเบนนกจุดขาว (Aetobatus narinari) แต่หลักฐานทางพันธุกรรมได้ยืนยันความแตกต่างของทั้งสองสายพันธุ์

แม้จะมีการแยกสายพันธุ์แล้ว แต่การแยกความแตกต่างระหว่าง A. laticeps และ A. narinari ยังคงเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากทั้งคู่มีจุดสีขาวบนลำตัวสีเข้มเหมือนกัน นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานบางอย่างที่ชี้ว่าอาจพบA. laticeps ในทะเลสาบชาคาวาของเม็กซิโก แต่เนื่องจากหลักฐานยังไม่เพียงพอ การวิจัยในพื้นที่นั้นจึงยังคงใช้ชื่อ A. narinari อยู่

กระเบนนกรางกระแส (Ornate Eagle Ray, Aetomylaeus vespertilio)

กระเบนนกรางกระแส (Aetomylaeus vespertilio) ได้รับฉายาว่า “ยูนิคอร์นแห่งท้องทะเล” เนื่องจากเป็นสัตว์ที่พบเห็นได้ยากอย่างยิ่ง มีรายงานการพบเห็นที่ได้รับการยืนยันเพียงไม่ถึง 60 ครั้งทั่วโลก สายพันธุ์นี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ โดยมีความกว้างครีบได้ถึง 240 เซนติเมตร และมีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์บนแผ่นหลัง อีกหนึ่งคุณสมบัติที่น่าสนใจคือ กระเบนนกชนิดนี้ไม่มีเงี่ยงพิษที่หาง ทำให้มันไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์

Photo of Ornate Eagle Ray
Ornate Eagle Ray โดย Onep.go.th

สถานะการอนุรักษ์ของกระเบนนกเหยี่ยวเผยให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ซับซ้อนและน่าจับตาอย่างยิ่ง โดยทั่วโลกถูกจัดอยู่ในสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง” (Critically Endangered) เนื่องจากประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เคยพบได้บ่อยอย่างอ่าวไทย ภัยคุกคามหลักมาจากเครื่องมือประมงที่ทำงานอยู่ใกล้พื้นทะเล (demersal fisheries) ที่มักจะจับกระเบนนกเหยี่ยวได้โดยบังเอิญและนำไปขายต่อในตลาดปลา

อย่างไรก็ตาม สถานะนี้กลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเมื่อพิจารณาในระดับภูมิภาค ดังเช่นการประเมินในประเทศออสเตรเลียที่จัดให้มันอยู่ในสถานะ “ยั่งยืน” (Sustainable) ความแตกต่างนี้ไม่ได้มาจากข้อมูลที่ขัดแย้งกัน แต่เป็นผลมาจากมาตรการการอนุรักษ์ที่เข้มงวดของออสเตรเลีย ซึ่งรวมถึงการห้ามการจับปลาชนิดนี้และข้อบังคับให้ใช้ “อุปกรณ์ลดการจับปลาพลอยได้” (Bycatch Reduction Devices: BRDs) ซึ่งสามารถลดการจับกระเบนชนิดนี้ได้กว่า 90%

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์: คำแนะนำสำหรับนักดำน้ำ

การได้พบเจอกับกระเบนนกนับเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและเกิดได้ยากอย่างยิ่งสำหรับนักดำน้ำ บางทีอาจยากยิ่งกว่าการได้พบกับกระเบนราหูเสียด้วยซ้ำ และเนื่องจากกระเบนนกเป็นสัตว์ที่มักจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับมนุษย์ การปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องตามหลักการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ข้อควรปฏิบัติและข้อควรหลีกเลี่ยง

  • ห้ามสัมผัส หรือขวางทาง: การสัมผัสสัตว์ทะเลเป็นอันตรายต่อทั้งสัตว์และนักดำน้ำ ควรปล่อยให้กระเบนนกเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระโดยไม่ขัดขวางเส้นทางของมัน
  • รักษาระยะห่าง: ควรสังเกตการณ์และเคารพพื้นที่ส่วนตัวของพวกมันจากระยะห่างที่ปลอดภัย การให้พื้นที่แก่พวกมันจะช่วยลดความเครียดและอาจเพิ่มโอกาสในการได้ใช้เวลาร่วมกับพวกมันมากขึ้น
  • ห้ามใช้แฟลชถ่ายภาพ: แสงแฟลชอาจทำให้สัตว์ตกใจหรือเกิดความเครียดได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชเมื่อถ่ายภาพสัตว์ทะเล
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของไกด์: ไกด์นำเที่ยวที่มีประสบการณ์จะรู้ดีที่สุดถึงวิธีการปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมกับสัตว์ในพื้นที่นั้นๆ
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม: ควรใช้ครีมกันแดดและผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อแนวปะการัง เช่น Oxybenzone และ Octinoxate

ความปลอดภัยและเคล็ดลับการถ่ายภาพ

เงี่ยงพิษของกระเบนนกมีไว้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น โดยปกติจะใช้ก็ต่อเมื่อพวกมันรู้สึกถูกคุกคาม การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับมนุษย์จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้น้อยมากและมักเป็นอุบัติเหตุ ดังนั้น นักดำน้ำไม่จำเป็นต้องกลัวพวกมัน แต่ควรให้ความระมัดระวังและเคารพในพื้นที่ของมัน

สำหรับนักถ่ายภาพ การเข้าใกล้กระเบนนกอาจเป็นเรื่องที่ท้าทายเนื่องจากพวกมันมักขี้อายและว่ายหนีอย่างรวดเร็ว การอดทนรออย่างสงบและค่อยๆ เข้าหาพวกมันจากระยะไกลจะช่วยเพิ่มโอกาสในการถ่ายภาพที่ดีขึ้น เทคนิคสำคัญคือการลดระดับตัวเองลงและถ่ายภาพจากมุมที่เงยขึ้นเพื่อแสดงความสง่างามของพวกมัน ลวดลายจุดบนหลังของกระเบนนกยังเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักวิจัยในโครงการวิทยาศาสตร์พลเมือง (citizen science) ที่ช่วยในการระบุตัวตนของแต่ละตัวได้

 


การอนุรักษ์กระเบนนกเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นักดำน้ำและนักท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้พิทักษ์ โดยการเลือกสนับสนุนธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การปฏิบัติตัวอย่างรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมในโครงการวิทยาศาสตร์พลเมืองโดยการแบ่งปันภาพถ่ายของกระเบนนก การกระทำเพียงเล็กน้อยเหล่านี้สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ และรับประกันว่า “นกอินทรีแห่งห้วงทะเลลึก” เหล่านี้จะยังคงโบยบินอย่างสง่างามในมหาสมุทรสำหรับคนรุ่นต่อไปในอนาคต

 

แหล่งข้อมูล